อย่างน้อยก็อุ่นใจ
พัฒนศักดิ์ ทรัพย์ทวี
IP : 202.28.47.11

1 ต.ค. 2550
เวลา 8:17:19 น.
อย่างน้อยก็อุ่นใจ

08.00 นาฬิกา เสียงเครื่องสแกนนิ้ว ร้องตอบว่า “บันทึกเรียบร้อยค่ะ”  ส่วนข้าพเจ้าก็เกือบสายอีกตามเคย สองเดือนแล้วที่มาทำงานเป็นนิติกร ประจำอยู่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ภาษาอังกฤษต้องเรียกว่า “รีเกิลร์ ออฟฟิต-เซอร์”  แหม..ฟังดูเท่ใช่ไหมล่ะครับ มันก็คงเหมือน เซ่อซ่าบ้าบอล่ะมั้ง ด้วยทำงานที่นี้ต้องแต่งตัวหล่อทุกวัน บางวันเดินไปทานอาหารเที่ยงผ่านเด็ก ๆ นักศึกษาหน้าตาน่ารัก ทักทายกันด้วยความอ่อนน้อม “อาจารย์ขา..สวัสดีค่ะ” เสียงนี้หว้าน...หวาน..ไอ้เราคนเฒ่าก็ให้รู้สึกเหมือนตัวกำลังจะพอง อย่างกะคางคงยางเชียว “ถุย..อาจารย์ขา...อาเจียนซิไม่ว่า”                  (คนนอนข้าง ๆ ชักเริ่มไม่พอใจอย่ามาพูดพรรณอย่างนี้ให้ได้ยิน)
ข้าพเจ้าใคร่ขอแนะนำเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง นั่งอยู่ใกล้ ๆ กัน มันชื่อ “ไอ้โหน่ง” เห็นสาว ๆ ล่ะไม่ได้เชียว ชอบทำหน้าทะเล้น แลบลิ้น แผลบ ๆ อย่างกะงูเขียว ตกบ่ายพอจะมีเวลาว่างหน่อยก็เปิดหนังเอ็กซ์ดู มันก็ว่าดูไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้คิดอะไรดอก ดูไปปลงไป ข้าพเจ้าก็เห็นมันปลงอยู่ทุกวัน จนบางวันทำให้ข้าพเจ้าเองก็อดที่จะปลงไปกับมันด้วยไม่ได้...ฮา..ฮา..ฮา...
นี่ล่ะครับชีวิตชายโสด ถึงเวลาปฏิบัติไม่รู้จะได้เรื่องรึเปล่า  ไม่นานนักได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่า มีผู้บุกรุกเข้ามาตัดไม้สักในเขตมหาวิทยาลัย ว.12 รายงานให้พนักงานขับรถพร้อมคนงาน และตำรวจหน้าป้อมอีก 1 นาย มาที่ว.20 ทราบแล้วเปลี่ยน นิติกรสองนาย ว.6 รถโฟวิลรับที่ ว.32 AD พื้นที่ ว.50 ภาษาวิทยุสื่อสารน่ะครับท่านผู้อ่าน มันพูดภาษาคนปนภาษาเลข นัยว่าป้องกันคนอื่นดักฟัง...โธ่...โธ่...แค่พวกมันคุยกันเองยังฟังแทบไม่รู้เรื่อง นี่อะไรกันมันล่อคุยกันเป็นรหัส คนดักฟังคงเปลี่ยนช่องหนี้ไปตั้งแต่ ว.12 แล้ว
ทันใดนั้นข้าพเจ้าเปิดประตูรถจะก้าวขึ้นไป เห็นภาพเบื้องหน้าลมแทบใส่  “โอ้...โห้..อะไรกัน     มีทั้งปืนลูกซอง ลูกเสียง ลูกเมียน้อย ลูกเมียหลวงเต็มไปหมด งานนี้ไม่ตีกันตาย ก็วายชีวาวอด กุญแจมือก็มี ไม้กระบองก็มี ขาดก็แต่ลูกระเบิดเท่านั้นที่ยังไม่มี อีอย่างนี้เห็นทีต้องไปรบกับโจรใต้ที่ยะลาโน้น..แล้ว” (ข้าพเจ้านึกในใจ อะไรมันจะเวอร์ได้ใจขนาดนี้)
บนรถโฟล์วิลที่กำลังควบกระโดดเด้ง-ดึ๋ง –ดั๋ง  จนหัวสั่นหัวคอน  เคยทำงานแต่เป็นนักกฎหมาย  ร่างนี่ แก้นั้น เขี่ยนโน้น ตามประสานักวิชาการเกิน..ไม่เต็มเตง ก็ต้องมีอันต้องระเห็ดไปกับเขาด้วย
4x4 หัวทิ่มเอียงกระเท่เร่ หัวข้าพเจ้าโขกกับกระจกเสียงดัง “โป๊ก”  (มึน)

เจ้าโหน่งที่นั่งติดกันถามว่า  “เฮ้ย! พี่ เจ็บปาว”  โห้โหน่ง...น้องพี่ เองฟังเสียงก็น่ารู้
เจ้าโหน่งตอบกลับมาอีกครั้งด้วยสีหน้าไม่สู้ดี  “วันนี้ผมเตรียมพระมาด้วยนะ... พระรอดครับพี่!   ขออุ่นใจไว้ก่อนครับ”
จะกลัวอะไร! (ข้าพเจ้าปลอบใจคู่หู )“เฮ้ย..ไม่ต้องกลัวพี่เด็กยะลา แถวบ้านพี่น่ากลัวกว่านี้อีก                      แค่นี้..สิว..สิว..(เล็กน้อย)”
โหน่ง-  จริงหรอพี่ ? ไหนพี่ว่าไม่ได้กลับยะลาบ้านเกิดมาตั้ง 10 ปี แล้ว “ ไอ้พี่หน่องขี้คุย..ฉิบ..ผมรู้ทันน่า ไม่ต้องปลอบใจกันเลย
พี่รู้ปาว พวกตัดไม้เถื่อนมันมีปืนด้วย..กลัวจริงๆเลย..จะเกิดยิงกัน ผมเองก็ยังไม่มีเมียเสียด้วย ความหนุ่มของผมคงจบลงไปโดยไม่มีโอกาสได้ผ่านมือสาวใดเลยหรือนี่..โถ..โหน่ง  !ยิ่งเรามากันโฉ่งฉ่างอย่างนี้มีหวัง.......โดนแน่ๆ
ข้าพเจ้าชักใจเสีย “งานนี้คงซวยแน่แล้ว” มิน่า...ไอ้โหน่งชวนใครมาด้วย เขาก็ตอบว่า “ลูกยังเล็ก,เมียยังเด็ก ไม่ว่าง และติดธุระ”เป็นอย่างนี้ทุกราย
ไอ้ห่า..เกิดยิงกันแล้วตูจะทำยังไง ปืนก็ไม่มี เสื้อเกราะก็ไม่ให้ มีก็แต่พระพิฆเนศวรองค์เดียว ท่านก็ถนัดแต่ทางศิลปะเสียด้วย
รถโฟว์วิล วิ่งฮ้อ..ลงมาจากเนินเขาผ่านพงหนาม หนามมันขูดสีข้างของรถเสียงดังเอี๊ยด....๑          ไปตลอดทาง เสียวฟันน่าดู อีกหนึ่งหัวใจเริ่มหวาดหวั่น หันไปเห็นหน้าไอ้คุณโหน่งก็แทบช็อค   ดูซิดู...หน้ามันซีดอย่างกะหมาตื่น เหงื่อนี้เปียกชุ่มไปทั้งตัว  สงสัยคงปอดแหก....เหมือนเรา
ไอ้โหน่งหันมองหน้าข้าพเจ้า  มันก็ว่า “พี่..พี่.........พี่ ตัวใหญ่ ยังไงผมขอหลบหลังพี่นะ”
ตูว่าแล้ว!.... ตูก็กะจะไปหลบอยู่ ไม่หลัง* ก็หลังตำรวจอยู่เหมือนกัน  ถ้ายังไงเกิดอะไรขึ้น          อย่าทิ้งกันนะ - ไอ้โหน่ง..นะไอ้โหน่ง-  มีงน๊า*...ไม่น่าลาก*มาด้วยเลย งานนี้ถ้าเกิดยิงกันเปรี้ยง..ปร้าง คอยดูเถอะ..คอยดู  หากรอดไปได้ จะรีบไปเขียนใบลาออกทันที  ก็ยอมรับล่ะว่าปอดจริง ๆ โหน่งน้องรักของพี่ ยังไงก็ดูแลพี่ด้วยนะน้อง
ไอ้โหน่งยิ้มด้วยความผิดหวังเล็กน้อย เมื่อข้าพเจ้าพูดจบ  ....
“โอม..พ่อขุมเม็งรายมหาราช ที่ลูกบูชา ขอให้แคล้วคลาด ไม่เจอพวกตัดไม้ เราเขาทางนี้ ขอให้มันออกทางโน้น ไม่เจอ ไม่เจอ ไม่พบ ไม่เห็น โอม..พ่อขุนเม็งรายที่ลูกเคารพบูชา ขออย่าให้คณะของลูกเจอมันเลย”

“นั่น ๆ นั้นไงครับ นิติกร ตรงนั้นครับ เจอแล้วอยู่หลังเนินข้างหน้า( เสียงคนงานเอะอะ..)”

ตายล่ะหวา...ถึงแล้ว ข้าพเจ้าตกใจสติหล่นไปถึงตาตุ่ม  แม่..*เอ้ย เสือกขับรถเข้าไปโทง ๆ อย่างนี้มีหวังได้โดนมันยิ่งตายห่าทั้งรถแน่ๆ  ซวยแล้ว ทำไงกันดี ทำไงดี
เสียงลำเลือนปืนทั้งหลายในรถดังขึ้นเป็นสัญญาณเตรียมต่อสู้ พี่ตำรวจที่นั่งอยู่ด้านหน้า  หันมาบอกทุกคนว่า “พวกเรา.....พร้อม !”   พับผ่าเถอะ..พวก*พร้อม..  แต่...*ไม่พร้อม
คนขับรถเร่งเครื่องยนต์เต็มกำลัง ผ่านเนินด้านหน้า  อีกด้านหนึ่งคงเป็นปากกระบอกปืนที่รอเราอยู่แน่ ๆ รถโฟล์วิลทะยานฮ้อ..ฝุ่นตลบเป็นสีแดง ผ่านไปอย่างใจหายใจคว่ำ ตรงไปยังที่หมาย  โครม!รถกระโดดผ่านเนินดินจอดสงบนิ่ง ฝุ่นตะหลบไปทั่ว  ตรงหน้ามีแค่ตอไม้เก่าๆที่โค่นตัดไปแล้ว ที่อีกอย่างก็.... คงมีแต่ความเงียบ และเสียงหัวใจใครบางคนเท่านั้น
โอ้ย  หัวใจจะวาย  “เรารอดแล้ว แคล้วคลาดๆ  โหน่งเอ้ย” ข้าพเจ้าเดินไปกระซิบบอกกับเพื่อน  รุ่นน้องร่วมสถาบัน ลูกพ่อขุ่นแห่งทุ่งบางกะปิ “เรารอดแล้ว”
หลายวันต่อมา พ่อเจ้าปะคุณโหน่งเอาเหรียญพ่อขุนเม็งรายอันเล็ก ๆ มาให้ เขาว่าได้ยินข้าพเจ้าภาวนาถึงพ่อขุน เลยเอามาให้บูชา  ข้าพเจ้ายินดีนัก รีบรับมาใส่กระเป๋าเสื้อทันที เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก อีนาคตั้งท้องได้แปดเดือน  (อะล้อเล่น) แป๊บเดียวสี่โมงเย็นแล้ว ถึงเวลาเลิกงานอีกครั้ง  ก่อนกลับบ้าน ข้าพเจ้าแวะไปโน้น แวะนี้ ตามประสา  นาฬิกาบอกเวลา 6 โมงเย็น แฟนโทรมาเตือนด้วยความเคารพ (ข้าพเจ้าโกหก)  แล้วเธอก็ให้พรว่า...                          “ขับรถกลับบ้านดี ๆ นะ”

ระหว่างที่ข้าพเข้าขับอีเขียวรถสปอร์ตคันใหม่อายุมันราวสามสิบห้าปีกระเต็งกันไป ใกล้ถึงสี่แยกข้าพเจ้าลดความเร็ว และถอนเท้าออกจากคันเร่ง พร้อมใส่เกียร์ว่าง ปล่อยให้อีกเขียวไหลตามรถเก๋งคันข้างหน้า แว๊บหนึ่งอย่างไรบอกไม่ถูก “ออกซ้ายดีกว่า” ข้าพเจ้าคิด  จึงหักพวงมาลัยออกทางซ้ายรถกำลังใกล้ถึงสี่แยก วินาทีนั้นมีเสียงดังเหมือนเครื่องบินเอาล้อแตะรันเวย์ เสียงมันดังมาก          จนสะดุ้ง...
ข้าพเจ้าหันหลังไปดู เห็นรถกะบะยี่ห้อ Toyota vigo สีขาว มันพุ่งมาจากด้านหลัง ผ่านข้าพเจ้าไปข้างหน้าด้วยความเร็ว(โครต)  มุ่งหน้าไปยังก้นรถเก๋งคันเมื่อกี้ ที่ข้าพเจ้าขับตามหลังมา

เสียงเบรกของมัน ฉุดกระชากลากถูตัวมันเองเต็มกำลัง ล้อมันบดติดกับถนน กลิ่นเหม็นไหม้ตลบ ฉุน
“ชนกันแน่แล้ว..”  .เอี๊ยด....เอี๊ยด....เอี๊ยด....เอี๊ยด....เอี๊ยด !
โอ้..โห..แม่*..โดนแน่ ๆ แล้ว
วืบ..หัวรถมันมุดออกทางด้านซ้ายนิ๊ดเดียว นิดเดียว เฉียดก้นไอ้รถเก๋งคันนั้นเพียงเส้นยาแดง แล้วมันก็เร่งเครื่องฝ่าไฟแดงหนี้ไป  ส่วนไอ้รถเก๋งคันนั้น นั่งหน้าซีดเป็นตูไก่
โอ้ย..ข้าพเจ้าเองใจหายวูบ มือสั่นเย็นเชียบ จนคลำหัวเกียร์ไม่ถูก เหยียบคันเร่ง..ใส่เกียร์ว่างอะไรทำนองนั้น  
Wow..พระเจ้าจอร์ด..เกือบสอยเราเสียแล้ว  แค่เสี้ยววินาทีจริง ๆ ถ้าขืนยังขับตามหลังรถเก๋งคันนั้นมีหวังต้องโดนมันเสยก้นแน่ๆ อยู่ในตำแหน่งประทะเต็ม ๆ   ต้องอัดก๊อปปี้เราเหมือนอึ่งอ่างโดนช้างเหยียบเป็นแน่แท้  กลับถึงบ้านเล่าเรื่องเฉียดให้แฟนฟัง พอถอดเสื้อจะอาบน้ำ มีเหรียญตกจากกระเป๋าเสื้อ โอ้ย..ตายแล้ว ลืม ๆ ๆ  ลืม ไปเลยว่าใส่ทานไว้ในกระเป๋าเสื้อ พลันหัวใจก็ย้อนภาพเหตุการณ์เฉียดขึ้นมาอีกครั้ง ขนลุกเกลียวล่ะครับท่านผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือย่างไร หลายครั้งแล้วที่แคล้วคลาดเพราะมีท่านอยู่ในใจ และครั้งนี้ท่านอยู่ใกล้กับหัวใจเราเลย ตรงกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย  ท่านคงดลใจให้เรามาจอดติดไฟแดงตรงด้านซ้าย ไม่อย่างนั้น คงยับทั้งคน ทั้งรถ นึกไปแล้วก็อดที่จะเสียวสันหลังไม่ได้
ท่านผู้อ่านที่รัก ขับรถบนถนนนั้นใครว่ามีสติ และต้องระมัดระวัง ข้าพเจ้าว่ายังไม่พอ ยังต้องคอยระวังไอพวกตีนผี และคนเมาบ้าบิ่นอีกด้วย  และที่ขาดไม่ได้ เห็นควรจะต้องมีของขลังไว้ติดรถบ้าง เวลานี้ข้าพเจ้าขอแนะนำเหรียญพ่อขุนเม็งราย รุ่น 2547 ด้านหลังเป็นรูปพระธาตุดอยตุง หากมีไว้ติดตัวอย่างน้อยก็อุ่นใจ



+ + +ร่วมกันแสดงความคิดเห็น + + +

 


 
ความคิดเห็นที่ 1
เด็กอมมือ
IP : 203.172.211.113

1 ต.ค. 2550
เวลา 11:23:03 น.
ถือว่าโชคดีมาก

ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
แสดงความคิดเห็น *
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
- สำหรับสมาชิกจะได้รับสิทธิในการเลือกสีพื้นหลังและแนบไฟล์ได้
- บุคคลทั่วไป การเลือกสีพื้นหรือแนบไฟล์จะไม่มีผลใดๆ เกิดขึ้น หากอยากได้สิทธิพิเศษในการโพสต์ก็คลิก
สมัครสมาชิก เลย
กรอกข้อมูลส่วนตัว
ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กรอกข้อมูลที่นี่
โดย *
อีเมล์
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
- ใส่สีพื้นได้
- ได้นามแฝงประจำบอร์ด ไม่ซ้ำใคร
- อัพโหลดไฟล์ได้
สมาชิกกรอกข้อมูลที่นี่ ระบบจะดึงข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
แนบไฟล์
แทรกรูปภาพได้ไม่เกิน 500 K, ไฟล์อื่นๆ (.zip, .swf) ไม่เกิน 0 K
รูปภาพต้องเป็น *.jpg หรือ *.gif เท่านั้น
ชื่อล็อกอิน *
รหัสผ่าน *