เหรียญที่ปู่ติดไว้
พัฒนศักดิ์ ทรัพย์ทวี
IP : 202.28.47.11

9 ก.ค. 2550
เวลา 9:11:19 น.
ข้าพเจ้าเดินมาหยุดอยู่ใกล้กับพระบรมรูปอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงพร้อมแสงแดดอ่อน ๆ ในอ้อมกอดแห่งขุนเขา ที่แสนจะเย็นสบาย

จากเด็กจังหวัดยะลาใต้สุด กับชีวิตการทำงานอีกครั้ง ณ จังหวัดเชียงรายสูงสุดแดนสยาม จู่ ๆ ก็พลันให้หวนคิดถึงเรื่องที่ย่าเคยเล่าให้ฟัง ย่าเล่าว่าเมื่อ 40 กว่าปีก่อน ปู่เป็นนายอำเภอที่อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมหัวเมืองทางภาคใต้ วันนั้นเองชาวอำเภออ่าวลึกพร้อมด้วยปู่และย่าของข้าพเจ้าเฝ้ารับเสด็จอยู่ด้วย

เมื่อรถพระที่นั่งมาถึง เสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ข้าราชการ,ประชาชนในที่นั้น พร้อมใจกันเปล่งวาจาว่า "ทรงพระเจริญ" ต้อนรับ

พระองค์ท่าน ปู่ในชุดข้าราชการเต็มยศ ยืนอยู่ด้านหน้าแถวข้าราชการทั้งหลาย "วันทยาหัตถ์" แสดงความเคารพพร้อมกล่าวรายงานทันทีที่ปู่กล่าวรายงานจบ สมเด็จย่า ทรงตรัสขอบใจชาวอำเภออ่าวลึกทั้งหลายที่มา

รับเสด็จ เวลานั้นเอง...ท่านทรงตรัสกับปู่ของข้าพเจ้าว่า "เหรียญที่หน้าอกเสื้อของนายอำเภออันนี้ ฉันจำได้  นี่เป็นเหรียญของลูกชายฉัน (ท่านมองไปที่หน้าอกเสื้อของปู่)" ท่านยิ้มและชี้มาที่เหรียญนั้นอีกครั้ง สมเด็จพระราชชนนีพระราชทานความเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ในเหตุการณ์วันนั้น

ย่าบอกว่า ย่ายื่นอยู่ด้านหลังของปู่ เมื่อได้ยินแล้ว ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลไม่หยุด เป็นความรู้สึกยากที่จะอธิบาย ย่าบอกว่า แม้เวลานั้นจะผ่านมาแล้วเนินนานหลายสิบปี ย่าก็ไม่เคยลืมแม้แต่สักเสี้ยววินาทีเดียว  
ย่าเล่าให้ฟังต่อว่า เหรียญที่ปู่ติดไว้ตรงหน้าอกเสื้อ ก็คือเหรียญล็อกเกตรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ปู่ได้รับพระราชทานมา ปู่นำล็อคเก็ตนี้ติดตัวเสมอ เพื่อบูชาและเป็นศิริมงคลต่อชีวิต ย่าเล่าเรื่องราวความประทับใจถึงวันไปรับเสด็จครั้งนั้น ทุกครั้งเมื่อเราได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน ย่าจะเล่าเรื่องวันไปรับเสด็จครั้งนั้นให้ฟังอย่างมีความสุขเสมอ

ว่าไปแล้ว...ก็ทำให้ข้าพเจ้าเอง คิดถึงย่าขึ้นมาทันที แม้วันนี้ย่าจะได้เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยโรคชราเมื่ออายุได้ 86 แต่ย่าเองก็ได้มอบความทรงจำที่มีค่านี้ไว้กับข้าพเจ้าตลอดไป

ข้าพเจ้ามีภาพถ่ายขาวดำเก่าใบหนึ่ง ภาพนั้นมีรูปปู่กับย่า และข้าราชการหลายคนนั่งอยู่ที่พื้นสนามเรียงกันเป็นแถวยาว  ตรงกลางภาพนั้นมี สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงประทับนั่งพระเก้าอี้ อยู่ในกลุ่มข้าราชการ ทรงพระราชทานให้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับข้าราชการอำเภออ่าวลึก เพื่อให้ไว้เป็นที่ระลึกสืบไป

ข้าพเจ้าดูรูปถ่ายนั้นอยู่เป็นนานก็ให้รู้สึก ปลื้มใจขึ้นมาอย่างประหลาด ข้าพเจ้าภูมิใจมากนัก กับเหตุการณ์ครั้งนั้น นั้นคือสิ่งมีค่าสูงสุดในชีวิต ข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน เหตุการณ์นั้นมีค่ามากทีเดียว เมื่อรู้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น

ข้าพเจ้าถวายบังคมพระบรมรูปอนุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในโอกาสที่เข้าทำงานใหม่ พร้อมกับเรื่องที่ย่าเคยเล่าให้ฟังยังก้องอยู่.....ในหัวใจ  
โอกาสนี้จึงใคร่ขอแนะนำที่มาที่ไปของชื่อ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้ท่านผู้อ่านได้ทราบดังนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณมีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ พระนามาภิไธย ส.ว. ประกอบเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและเป็นสิริมงคล แก่มหาวิทยาลัย โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าวมีเลข ๘ และเลข ๙ ประกอบอยู่ด้วย มีความหมายถึงทรงเป็นพระราชชนนีของพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ คือรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 และได้อัญเชิญฉัตร 7 ชั้นมาเป็นเครื่องหมายประกอบพระเกียรติยศของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีดอกลำดวนและใบไม้ประดับอันแสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่สนอง พระราชปณิธาน ปลูกป่าและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่หยุดยั้ง


+ + +ร่วมกันแสดงความคิดเห็น + + +

 


 
ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
แสดงความคิดเห็น *
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
- สำหรับสมาชิกจะได้รับสิทธิในการเลือกสีพื้นหลังและแนบไฟล์ได้
- บุคคลทั่วไป การเลือกสีพื้นหรือแนบไฟล์จะไม่มีผลใดๆ เกิดขึ้น หากอยากได้สิทธิพิเศษในการโพสต์ก็คลิก
สมัครสมาชิก เลย
กรอกข้อมูลส่วนตัว
ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กรอกข้อมูลที่นี่
โดย *
อีเมล์
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
- ใส่สีพื้นได้
- ได้นามแฝงประจำบอร์ด ไม่ซ้ำใคร
- อัพโหลดไฟล์ได้
สมาชิกกรอกข้อมูลที่นี่ ระบบจะดึงข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
แนบไฟล์
แทรกรูปภาพได้ไม่เกิน 500 K, ไฟล์อื่นๆ (.zip, .swf) ไม่เกิน 0 K
รูปภาพต้องเป็น *.jpg หรือ *.gif เท่านั้น
ชื่อล็อกอิน *
รหัสผ่าน *