โอ้..อนิจจัง.......
พัฒนศักดิ์ ทรัพย์ทวี
IP : 202.28.47.11

21 มิ.ย. 2550
เวลา 10:10:07 น.
นานมาแล้ว ครูคนหนึ่งเชิญแม่ไปพบ เพื่อแจ้งว่า ลูกของแม่มีท่าทีไม่เป็นมิตร และดูจะเป็นภยันตรายต่อความปลอดภัย ข้าพเจ้าถามแม่อีกครั้ง เพราะไม่แน่ใจ คงเป็นเพราะเราสอบตกวิชาเลข หรือไม่ก็มัวแต่หลับในห้อง

แม่เล่าให้ฟังด้วยไม่สบายใจ ครูบอกว่า ลูกของแม่ตัวใหญ่ แถมหน้าตาดุเกินเด็ก ครูเลยกลัว..กลัวลูกของแม่จะเดินเข้าไปเตะครู...เพราะเข้าใจว่าลูกไม่พอใจเขา ครูไม่กล้าพูดกับลูกตรงๆเลยเรียกแม่ไปพบ แล้วเล่าปัญหาให้ฟัง

โอ้..อนิจจัง วะตะสังขาลา นี่หรือคือปัญหา ตอนนั้นข้าพเจ้าฟังใคร ๆ ก็ว่าครูเปรียบเสมือนแสงเทียนคอยนำทางให้ศิษย์ไปพบปัญญา แต่นี่อย่างไรกลับเปลี่ยนเป็นเปลวไฟที่คอยมาเผาลูกศิษย์ให้มอดไหม้ ข้าพเจ้าเองก็นึกเคืองขุ่นคุณครูท่านนั้นอยู่ไม่น้อย แต่นึก ๆ ไป ไอ้ตัวเราเองสภาพก็น่ากลัวอยู่ไม่หยอก ดำก็ดำ ผมก็หยิก ขี้แมลงวัน(ไฝ) ก็มีเยอะอยู่เต็มหน้า เสื้อผ้าก็สกปรกมอมแมม วิชาเลขทีไรก็นั่งสัปหงกตกเก้าอี้ทุกที มัวแต่ไปเล่นกีฬา ตกบ่ายเรียนวิชาเลขทีไรก็ง่วง ก็เพลีย รู้อย่างนี้ตอนนั้นไปสมัครเรียน ต่อวิทยาลัยพละศึกษาให้รู้แล้วรู้รอด ป่านฉะนี้คงจะรุ่งกว่านี้เยอะเหมือน อีน้อง บัวบาน ผามั้ง นักกีฬาพุ่งแหลนทีมชาติคนเจียงฮาย ฮา..ฮา..ฮา....อีตอนวิชาเลข ครูก็ถาม.... เราก็ตอบ และที่ตอบได้ ก็ได้แต่ตอบว่า.... "ไม่ทราบครับ" (ด้วยความมั่นใจ)

คงเพราะเสียงที่แหบและห้าวนี่เองในวัย กำลังแตกหนุ่มเมื่อผสมกับลักษณะ ทางกายภาพของเราแล้ว ยิ่งดูเหมือนขุนโจรแห่งเทือกเขาสันกะลาคีรี คงทำให้ครูเกิดความกลัวขึ้นมา จนวันนี้แล้วยังนึกเสียใจอยู่ที่ทำให้ครูต้องหวาดกลัว

โธ่..อนิจจัง...อนิจจา..กาลามัง..กาละแม...เอ้ย ใคร ๆ ที่เจอหน้าข้าพเจ้าล้วนต้องตกอกตกใจ เพราะหน้าตาที่ดูโหดไปหน่อยด้วยธรรมชาติให้มา จึงต้องกราบขออภัยไปทั่วกัน ตอนนี้ได้ปรับปรุงใบหน้าขึ้นมากแล้ว จนเพื่อนมักล้อกันว่า หล่อเหมือนน้าค่อม ชวนชื่น ตลกชื่อดัง อย่างน้อยจากความหวาดกลัว เดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะได้บ้างก็แล้วกัน

ใช่แล้วครับ ไอ้เรื่องภาพลักษณ์นี่มันสำคัญจริง ๆ ทั้งเรื่องคำพูด คำจา การแต่งตัว ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม จนรวมไปถึงระดับการศึกษา ล้วนแต่มีผลต่อความเชื่อมั่นและไว้วางใจ แต่ก็นั่นแหละเมื่อมีด้านดี มันก็ย่อมมีด้านไม่ดีคู่กันเสมอ เราก็ไม่เถียงล่ะครับว่า ไอ้หน้าตาลักษณะที่ดูแล้วดูอีกให้เหมือนโจร มันก็อาจเป็นโจรไปได้เช่นกัน เราก็ควรระวังระไวกันไว้ อย่าปรามาสเป็นดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมไอ้ประเภทเทวดาจำแลง ไอ้ปีศาจหน้ามล ไอ้ซาตานหน้าหยกทั้งหลายที่มีอยู่ถมในสังคมนี้ เป็นประเภทพูดจาอ่อนหวาน มีหลักมีการ สุภาพอ่อนโยน แถมฐานะและการศึกษาดี ก็ต้องระวัง เพราะคนประเภทนี้หากเป็นคนไม่ดีเสียแล้ว คบหาสมาคมด้วยก็รังแต่นำความฉิบ....หาย มาให้ อย่างมโหฬาร ด้วยเราไม่ทันได้มีโอกาสตั้งตัวเพราะหลงแต่น้ำคำ มารู้อีกทีก็โดนมันเล่นก้นเข้าให้แล้ว (หมายถึงโดนหลอกนะครับ ขออนุญาตใช้ศัพท์วัยรุ่น)

บางรายเสียหายเป็นหมื่น บางรายโดนไปเป็นแสน เป็นล้านก็ยังมี

แถวบ้านข้าพเจ้าเรียกคนพรรณนี้ว่า "เหี้ยล้ำลึก" เชื่อว่าบางท่านอาจเคยเจอกันมาบ้างแล้ว

ล่าสุดแม่ข้าพเจ้าโดนมากับตัวเองเลย สาเหตุก็มาจากข้าพเจ้านี่แหละ ที่ต้องการจะซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คหนีภาษีสักเครื่อง ด้วยเห็นแก่ของดีราคาถูก จึงโทรไปรบกวนแม่ให้ช่วยดูราคาที่หาดใหญ่ให้หน่อย เพราะที่นั่นเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกจริง ๆ แม่โทรกลับมาบอกว่า มีลูกค้าซึ่งเป็นนายตำรวจกองปราบ เอาผ้ามาซักที่ร้าน เขาคุยว่า กองปราบพึ่งจับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คหนีภาษีได้หลายเครื่อง แล้วตัวเขาเองมีสิทธิซื้อได้ก่อนในราคาเครื่องละสามหมื่นบาท ซึ่งราคาจริงประมาณหกหมื่นบาท เขาจะใช้สิทธิ์พิเศษซื้อให้ ถ้าสนใจให้โทรมาถามลูกชายคุณป้าก่อน แม่จึงโทรมาถาม แถมบอกด้วยว่าแม่จ่ายมัดจำเรียบร้อยแล้วหมื่นบาท เงินแค่นี้เดี๋ยวแม่ซื้อให้เอง

ข้าพเจ้าในฐานะทนายความแม้ไม่ค่อยจะได้ความ และได้เรื่องได้ราวสักเท่าไหร่ ก็รู้สึกสงสัยและใจหายวูบในทันที เพราะไม่เชื่อว่า กองปราบจะเอาของกลางที่พึ่งจับได้มาขายให้ตำรวจด้วยกัน อีกทั้งเมื่อแม่เล่าต่อไปว่า คุณ...เขาเป็นคนน่ารัก เอาผ้ามาซักที่ร้านก็ให้เกียรติ เรียกแม่ว่าคุณป้าๆทุกคำ เจอกันทีไรก็ยกมือไว้ก่อน บางครั้งก็เรียกแม่ว่าคุณแม่ด้วย แกว่าแกรู้สึกถูกชะตากับแม่ คุยกันแล้วสบายใจ แถมชมแม่เป็นคนใจดี แม่ก็เลยเล่าให้คุณ...เขาฟังว่าเมื่อก่อนแม่ก็เป็นข้าราชการเหมือนกัน แม่เป็นพยาบาลตอนนี้เกษียณแล้ว อยู่บ้านเฉย ๆ เบื่อเลยมาเปิดร้านซักรีดทำสนุก ๆ ไปอย่างนั้นแหละ ได้เจอคนเยอะ จะได้ไม่เหงา อยู่บ้านเฉย ๆ เซ็งตาย แม่เปิดร้านค้าไม่เคยเอาเปรียบใคร เลยมีลูกค้าประจำเยอะ คนไหนที่รักใคร่ชอบคอกันก็คบหาเป็นเพื่อนช่วยเหลือกัน พรรคพวกใหม่ที่หาดใหญ่เลยมีอยู่เพียบ (นั่นประไรคุณแม่คุยใหญ่เลย)

สัญชาตญาณทนายความส่งเสียงเตือนชัดเจนอีกครั้ง "คราวนี้แม่ทนายเห็นทีจะเสียท่าไอ้ตำรวจกำมะลอแน่แล้ว" ข้าพเจ้าคิดในใจ

ข้าพเจ้าพยายามให้เหตุผล แต่แม่ก็ไม่ฟัง ด้วยเป็นคนแพ้เครื่องแบบ เพราะเคยตั้งความหวังให้ลูกตัวเองเป็นนายร้อย พยายามขายวัวส่งควายเรียนก็แล้ว มันก็เป็นได้แต่ นายร้อยกรอง หรือนายร้อยแก้วเท่านั้น แถมไอ้ตำรวจกำมะลอยังอ้างว่ามีแฟนสาวเป็นคุณหมอ ทำงานอยู่โรงพยาบาลหาดใหญ่ นั่นประไร ๆ มันจับทางพยาบาลเก่าถูกเสียด้วย ก็แม่ข้าพเจ้าเคยแอบหวังเล็ก ๆ หลังจากผิดหวังในตัวข้าพเจ้ามาทีหนึ่งแล้ว ก็หวังจะให้น้องสาวอีกคนเรียนหมอ ก็แม่น่ะเป็นพยาบาลอยากมีลูกเป็นคุณหมอ ไว้แอบปลื้มบ้างสักคน แต่แล้วแม่ต้องมาผิดหวังเป็นครั้งที่สอง เมื่อน้องสาวบอกว่า "หนูอยากเรียนเกษตร" ทุกอย่างเข้าล็อกไอ้โจรใส่เครื่องแบบพอดี อีกทั้งมันคงสร้างความน่าเชื่อถือให้เห็น จนช่วงนั้นแม่พูดถึงมันจนข้าพเจ้ารู้สึกอิจฉาขึ้นมาในบัดดล อะไรกันแม่ลูกแม่ก็เจ๋งออก มองไม่เห็นกันบ้างรึไง

แม่เล่าว่าเดี๋ยวนี้เราเป็นพรรคพวกกันแล้ว..พวกกันต้องช่วยกัน.. ทั้งราคามันก็ถูก แถมจ่ายเงินไปก่อนแค่หมื่นบาท ได้ช่วยทั้งลูกและเพื่อน

แถวบ้านข้าพเจ้าเรียกคนพรรณนี้ว่า "เหี้ยล้ำลึก" เชื่อว่าบางท่านอาจเคยเจอกันมาบ้างแล้ว


ข้าพเจ้าฟังแล้วก็ไม่สบายใจ จึงต่อรองว่า ..."เอาเงินคืนมาได้ไหมแม่...ผมไม่อยากได้แล้ว"

"ไม่ต้อง..ไม่ต้อง เดี๋ยวแม่ซื้อให้เอง แม่อยากซื้อเครื่องมือทำมาหากินให้ลูก เดี๋ยวแม่จัดให้ รับรองเพื่อนใหม่แม่คนนี้ ไม่ทำให้เสียชื่อแน่นอน" แม่ข้าพเจ้ารับปากหนักแน่น

หลายเดือนผ่านไป รวมถึงเวลานี้ก็ปาเข้าไป 2 ปีแล้ว ครั้งสุดท้ายจำได้ว่า แม่โทรศัพท์มาบ่นว่า "สงสัยเราคงจะเสียเงินฟรีแล้วล่ะลูก ตอนนี้ทั้งเงินทั้งคนหายหัวไปทั้งคู่เลย ไม่รู้จะไปตามมันที่ไหน รู้จักแต่ชื่อเล่นมันอย่างเดียว"

เฮ้อ....นี่ล่ะครับ ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกไอ้พวกนี้ว่า มิจฉาชีพหรือ ข้าพเจ้าแปลเอาใหม่เองนะว่า.......มันเป็น ...พวกเหี้ยเป็นอาชีพ เล่ห์เหลี่ยมมันแพรวพราวนัก อย่าว่าแต่แม่เลย ทนายบางคนเสียรู้ ฉิบหายมาแล้วก็ตั้งมาก

ถึงเวลานี้ข้าพเจ้าชอบคำพูดของแม่คำหนึ่งว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ "เขาโกงเรา..ก็ใช่ว่าเขาจะมีความสุข เราถูกโกงไปแล้ว แถมเจ็บใจ ทำอะไรก็ไม่ได้ จะมัวทุกข์อยู่ก็ไม่ได้อะไร เดี๋ยวความดันขึ้นอีกก็พาลแต่จะมีเรื่องเสียตังค์ให้มดหมอ เฮ้ย..เสียแล้วเสียไปหาเอาใหม่ก็ได้วะ.."

แม่ข้าพเจ้าหัวเราะ

ข้าพเจ้ารู้สึกดีที่ได้ยินเสียงหัวเราะนั้น อย่างน้อยก็ทำให้ข้าพเจ้ากับแม่เข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น

ท้ายนี้คงต้องลงท้ายเหมือนสมัยตอนเรียนอยู่ที่รามฯ เวลาเขียนจดหมายมาขอตังค์ต้อง..ว่า

........."รักแม่นะ"..........(แป๊บเดียวเงินเข้าบัญชีทันที)

ป.ล. ส่วนไอ้ตำรวจกำมะลอ ข้าพเจ้าคงต้องตามไปคิดบัญชีล้างแค้นมันแน่ ๆ คิดว่าไม่น่าจะเกินชาติหน้าหรอก ฮา..ฮา...ฮา ระวังตัวไว้ให้ดี...เถอะมึ- ง


+ + +ร่วมกันแสดงความคิดเห็น + + +

 


 
ความคิดเห็นที่ 1
ฟ้า
IP : 125.26.247.17

25 ก.ค. 2550
เวลา 14:41:31 น.
หนุกดีหนิอยากรู้เมลล์ง่ะว่าแต่เป็นเด็กที่ไหน
จากเด็กหาดใหญ่

ความคิดเห็นที่ 2
พัฒนศักดิ์ ทรัพย์ทวี
IP : 202.28.47.11

27 ก.ค. 2550
เวลา 10:40:20 น.
เป็นเด็กยะลาจ้า

ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
แสดงความคิดเห็น *
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
- สำหรับสมาชิกจะได้รับสิทธิในการเลือกสีพื้นหลังและแนบไฟล์ได้
- บุคคลทั่วไป การเลือกสีพื้นหรือแนบไฟล์จะไม่มีผลใดๆ เกิดขึ้น หากอยากได้สิทธิพิเศษในการโพสต์ก็คลิก
สมัครสมาชิก เลย
กรอกข้อมูลส่วนตัว
ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กรอกข้อมูลที่นี่
โดย *
อีเมล์
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
- ใส่สีพื้นได้
- ได้นามแฝงประจำบอร์ด ไม่ซ้ำใคร
- อัพโหลดไฟล์ได้
สมาชิกกรอกข้อมูลที่นี่ ระบบจะดึงข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
แนบไฟล์
แทรกรูปภาพได้ไม่เกิน 500 K, ไฟล์อื่นๆ (.zip, .swf) ไม่เกิน 0 K
รูปภาพต้องเป็น *.jpg หรือ *.gif เท่านั้น
ชื่อล็อกอิน *
รหัสผ่าน *