ป้าเล่าให้ฟัง
พัฒนศักดิ์ ทรัพย์ทวี
IP : 202.28.47.11

18 มิ.ย. 2550
เวลา 8:41:51 น.
ป้าแอ้วเคยเป็นอาจารย์พยาบาล  เมื่ออดีต ใคร ๆ ก็ว่าป้าแอ้ว ป้าของข้าพเจ้านั้นขึ้นชื่อหนักหนา ในเรื่องความเป็นคนเจ้าระเบียบ และเนี๊ยบในทุก ๆ เรื่อง ไอ้เรื่องจะพูดคุยหัวเล่นกันนั้นเป็นไม่มี

           วันนี้ข้าพเจ้ารับโทรศัพท์ที่ยิงคลื่นสัญญาณตรงมาจากอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่โน้น  ปลายสายโทรมาบ่นเรื่องราคากุ้งและเศรษฐกิจในตอนนี้ให้ฟัง ใช่แล้วข้าพเจ้ากำลังทำหน้าที่เป็นกระโถนท้องพระโรงอีกตามเคย...

           เมื่อวานแม่ก็โทรมาบ่นเรื่องโน้นเรื่องนี้

           วันก่อนน้องสาวทะเลาะกับแฟนก็โทรมาบ่น วันนี้ก็ป้าแอ้วอีก

           แหม....ทีใคร ๆ มีความสุขกันดี ก็ไม่เห็นนึกอยากจะโทรมาคุยกับเราบ้างเลย

           แต่ละคนพอโทรมาบ่นกันจนเหนื่อย ก็แยกย้ายหายกันไป  เฮ้อ........ฟังมาก ก็เครียดมากเล่นเอาปวดหัวไปเหมือนกัน นะเนี๊ยะ

           ป้าแอ้ว ก็ด้วย วันนี้ก็โทรมาบ่น ญาติโกโหติกา คนโน้นที ... คนนี้ที..

           เออ.... แต่ยังดีวันนี้ป้าแก่แถมเรื่องตลก ๆ สมัยตอนเป็นนักเรียนพยาบาลมาเล่าสู่กันฟัง

           ป้าแอ้วถามข้าพเจ้าว่า "จำป้าป้อมเพื่อนรักของป้าแอ้วได้รึเปล่า"

           ข้าพเจ้าก็ว่า  จำได้ดี ก็ตอนนั้น เข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ใหม่ ๆ ป้าแอ้วพาไปเยี่ยมป้าป้อมในวิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่งที่ป้าป้อมสอนอยู่ พอจะกลับป้าป้อมเดินไปหยิบเตารีดอันใหญ่มาให้ข้าพเจ้าเป็นของขวัญ บอกว่า "เอาไปใช้ อันนี้ป้ายกให้ ของดีนะ ขอบอก"  

           ข้าพเจ้าก็รับมาทั้งที่ยังงง ๆ อยู่เหมือนกัน อะไรกันครับ !

           นี่มันเตารีดหรือลูกตุ้มน้ำหนักกันแน่ จะให้เล่นกล้ามแขนหรือยังไง  (ข้าพเจ้า...แกล้งเย้าป้าป้อมกลับไปบ้าง) "ไอ้เตารีดอันนี้ป้าป้อมไปซื้อมาจากสมัย กรุงอโยธยารึ....ทำไมหน้าตามันโบร้าน โบราน ขนาดนี้ แถมหนักอีกต่างหาก"

           ป้าป้อมก็ว่า "ของดี.....ของดี......  ไอ้นี่มันทนดีนักแล อยู่กับป้ามานานหลายปีแล้ว นี่ถ้าไม่รักกันจริงไม่ให้นะ" (ป้าป้อมตอบ) "แต่ก็ขอให้ระวังอยู่อย่างเดียวคือ อย่าให้มันตกใส่ตีนเธอก็แล้วกัน ถึงกับพิการเชียว"

           "เอ้า....ว่าไปนั่น" (ข้าพเจ้าหัวเราะชอบใจ**)

           อุ้ย...ต้องขอโทษ *กลายเป็นเรื่องเล่าของตัวเองไปอีกแล้ว มาฟังเรื่องเล่าของป้าแอ้วกันต่อดีกว่า

           ป้าแอ้วสมัยก่อนตอนเป็นนักเรียนพยาบาลต้องนั่งรถเมล์เขียวจากฝั่งศิริราชไปเรียนที่โรงพยาบาลวชิระ  ไปกับป้าป้อมสองคน  คนขับรถเมล์พอมันเห็นนักเรียนพยาบาลขึ้นมาก็ชอบแกล้ง

           ทำเป็นเบรกรถให้กระชึก กระฉัก เห็นเราเสียหลักเข้าหน่อยก็หัวเราะชอบใจ

           ส่วนป้าป้อมเขาตัวเล็กยืนเกาะราวไม่ถึง ต้องอาศัยจับตรงพนักพิงเก้าอี้โดยสาร  

           วันนี้มีหลวงพ่อที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นมานั่งอยู่เบาะหลังด้วย รถเมล์มันก็วิ่งเร็วเสียเหลือเกิน จนลมพัดจีวรหลวงพ่อสะบัด ดัง...ผาบ...ผับ....ผ๊าบ......

           ไอ้รถเมล์คันนี้พอมันเลี้ยวซ้ายเข้าทางตรงทีไร มันก็เร่งเครื่องจนสั่นไปทั้งคัน ไม่รู้ว่าแม่ยายมันจะคลอดหรือยังไง  ทั้งที่บนรถมีทั้งเด็ก ผู้หญิง และพระ ไม่ห่วงความปลอดภัยกันบ้างเลยหรือ?

           ยังไม่ทันไรรถมันเบรกดังเอี๊ยด...หัวทิ่มกันไปทั้งรถ...หกขะล้มกันไปคนละทิศละทาง  เห็นป้าป้อมมันหมุนสี่ตลบ ยิ่งกว่าคณะบัลเล่ "บอร์นชอย" จากรัฐเซีย  เธอกระเด็นลิ้ว........ไปตกอยู่บนตักหลวงพ่อเข้าให้  หันมามองหน้าป้าตาเหลือก ตกกะใจทำอะไรไม่ถูก  พอตั้งสติได้ ป้าป้อมก็รีบลุกขึ้น ยังไม่ทันยกมือไว้ขอโทษหลวงพ่อดี  ไอ้เจ้าคนขับรถเมล์ใส่เกียร์ 1 กระชากรถออกไปอย่างแรง ป้าป้อมมันก็เสียหลักละซิ  คราวนี้...คว้าเอาหัวหลวงพ่อเข้าให้ "มับ"  เธอร้องเสียงหลง

           คนทั้งรถ หันไปมองเป็นตาเดียวกัน

           หลวงพ่อท่านก็ว่า "รีบปล่อยหัวพระก่อนเร็วโยม ไม่ต้องขอโทษแล้ว"

           ป้าป้อมยังอ้าปากค้างอยู่เลย....

           หลวงพ่อก็รีบกระโดดลงจากรถเมล์ กึ่งเดินกึ่งวิ่ง จีวรปลิวหายวับไปในพริบตา

           "ดูซิดู..... ป้าเองก็ไม่รู้จะช่วยป้าป้อมยังไง  ก็ได้แต่ตกลงกันว่า  ทีหน้าทีหลังสองคนจะไม่นั่งไอ้รถเมล์เขียวคันนี้อีก"

           ข้าพเจ้าฟังแล้ว ก็ให้อดสงสัยไม่ได้ว่า "ตอนนั้นนอกจากป้าป้อมจับหัวพระไว้แน่นแล้ว  ป้าป้อมแกจิกด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้"

           ก็แหม..อีอย่างนี้ใช่ไหมล่ะ...ที่หนังจีนกำลังภายในเรียกว่า

           "วิชากงเล็บพิฆาตแห่งยอดเขาเหลียงซาน"  นี่ถือว่ายังโชคดีอยู่นะที่ป้าป้อมไม่เสียหลักกระเด็นตกลงไปบนถนน ไม่อย่างนั้นละก็ ต่อให้คุณพระคุณเจ้า ที่ไหนก็ช่วยไม่ได้  คราวนี้ยังดีที่มีพระคุ้มครอง  อย่างน้อยก็ได้จับหัวพระไว้ก่อนละ ปลอดภัย

           อย่าว่าแต่สมัยก่อนเลย สมัยนี้เองคนที่ตายเพราะขึ้นรถเมล์  หรือรถร่วมก็มีถมไป  รถมันเหวี่ยงนิดเดียวหลุดออกไปนอกรถก็เรียบร้อย (ไม่เจ็บก็ตาย เลือกเอา) ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ที่ตามมา มันแลกไม่ได้เลย...กับสิ่งที่คนขับได้กระทำไปจะด้วยความประมาท หรือคะนอง หรือจะเพราะความเมาก็สุดแล้วแต่  พอเกิดเรื่องกันที หน่วยงานที่รับผิดชอบ  ก็ออกมาแสดงความเห็นอกเห็นใจ ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต แถมยังมีหน้ามารับปากว่าจะหาทางแก้ไขป้องกัน

           พอเรื่องเงียบ...ก็ไม่เห็นมีใครทำอะไรต่อ

           อีกทั้งคุณภาพและการบริการก็ยังห่วย.....อยู่เหมือนเดิม  รถเมล์บ้านเราก็ยั่งเงี้ย..ล้าหลัง แถมอันตรายที่สุดในโลก(มั้ง..)  ที่เห็นเปลี่ยนจริง ๆ ก็มีแต่ค่าโดยสารละที่ปรับแต่ราคาให้สูงขึ้น   อย่างนี้แล้วประชาชนหน้าไหน จะกล้าไว้ใจท่านละคร๊าฟ ...

           นี่...ท่านผู้รับผิดชอบคงจะเหมาเอาเองละซิว่า..คนไทย กระดูกเหล็ก แถมหนังเหนียวและตายยาก   ว่าไป.. แล้ว ฝรั้งมันยังบอกเลย....อยู่ที่ไหนก็ไม่ตื่นเต้นเท่าเมืองไทย รถเมล์เมืองนี้มันขับยังกะแข่งแรลรี ปารีส ดาร์กก้า   ฮา..ฮา..ฮา

+ + +ร่วมกันแสดงความคิดเห็น + + +

 


 
ความคิดเห็นที่ 1
11112532
IP : 203.156.40.223

14 ก.ย. 2550
เวลา 18:36:09 น.
ชอบตลกดี  คลายเครียดได้มากๆ

ความคิดเห็นที่ 2
11112532
IP : 203.156.40.223

14 ก.ย. 2550
เวลา 18:36:50 น.
เเต่งมากแบบนี้บ่อยๆนะคะชอบอ่าน

ความคิดเห็นที่ 3
รักจริง
IP : 203.156.40.223

14 ก.ย. 2550
เวลา 18:37:22 น.
เรื่องจริงหรือค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4
พัฒนศักดิ์ ทรัพย์ทวี
IP : 202.28.47.11

18 ก.ย. 2550
เวลา 15:22:31 น.
จริงครับ เจ้าของเรื่องอยู่ที่จังหวัดกระบี่ตอนนี้ทำนากุ้งอยู่เห็นบ่นว่าราคาไม่ดีเลยวอนรัฐบาลช่วยที

ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
แสดงความคิดเห็น *
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
- สำหรับสมาชิกจะได้รับสิทธิในการเลือกสีพื้นหลังและแนบไฟล์ได้
- บุคคลทั่วไป การเลือกสีพื้นหรือแนบไฟล์จะไม่มีผลใดๆ เกิดขึ้น หากอยากได้สิทธิพิเศษในการโพสต์ก็คลิก
สมัครสมาชิก เลย
กรอกข้อมูลส่วนตัว
ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กรอกข้อมูลที่นี่
โดย *
อีเมล์
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
- ใส่สีพื้นได้
- ได้นามแฝงประจำบอร์ด ไม่ซ้ำใคร
- อัพโหลดไฟล์ได้
สมาชิกกรอกข้อมูลที่นี่ ระบบจะดึงข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
แนบไฟล์
แทรกรูปภาพได้ไม่เกิน 500 K, ไฟล์อื่นๆ (.zip, .swf) ไม่เกิน 0 K
รูปภาพต้องเป็น *.jpg หรือ *.gif เท่านั้น
ชื่อล็อกอิน *
รหัสผ่าน *