แผนที่เว็บไซต์ Sitemap หน้าแรกWebboard หน้าแรกHomepage   ดูดวง  Webindex thai

ดวงใจปีศาจ(Demon's precious) (นิยายแนวเซ็กซี่+แฟนตาซีค่ะ)
Meena
IP : 203.188.30.205

28 ธ.ค. 2548
เวลา 13:26:54 น.
... โลกนี้... ยังมีสิ่งที่อธิบายไม่ได้...

... โลกนี้... ยังมีบางสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ ... เหนือกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรู้ จะเข้าใจอยู่อีกมากมาย ...

... อย่างเช่น... สิ่งที่เรียกว่าปีศาจ ...

มนุษย์... ปีศาจ... ต่างกันอย่างไร

ทำไมมนุษย์ถึงเรียก "สิ่งนั้น" ว่าปีศาจ

เป็นเพราะ "สิ่งนั้น" ชั่วร้าย... หรือ "สิ่งนั้น" แตกต่าง... หรือเป็นเพราะความหวาดกลัวของมนุษย์เองกันแน่...

... ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ...

เมื่อกาลเวลาย้อนกลับ ร้อยปี พันปี...

ณ มณฑลเล็กๆ ของแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองเป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง... แผ่นดินที่เฟื่องฟูด้วยพุทธศาสนา อารยธรรมและวิทยาการความรู้ ที่เรียกว่าจีน... ยังมีปีศาจแมงมุมนางหนึ่งอาศัยอยู่...

ด้วยการบำเพ็ญตนหลายร้อยปี ทำให้นางสามารถมีรูปกายภายนอกดังมนุษย์ มีอิทธิฤทธิ์สูงส่งยากที่ปีศาจตนไหนจะเทียบ อีกทั้งรูปยังโฉมงดงามยิ่ง เป็นที่หมายปองของปีศาจตนอื่นมากมาย... โดยเฉพาะปีศาจนามว่า "เหนือพยัคฆ์" ผู้เป็น "เจ้า" ของเหล่าปีศาจเสือ

หากแต่ดวงใจของนาง...

ดวงใจปีศาจ

บทที่ 1

วันเวลาแห่งความสุขสงบที่กำลังจบ

By Meena

"ท่านยายต้องเอาสมุนไพรนี้ตำให้แหลกแล้วประคบตรงที่ปวดนะครับ โรคไขข้อจะได้หาย" ซุ่มเสียง อ่อนโยน สีหน้า หนักแน่น ชายหนุ่มยื่นสมุนไพรที่ห่อกระดาษอย่างดีให้หญิงชราตรงหน้าอย่างนอบน้อม

"ขอบคุณเจ้ามากนะ เธียร หากไม่ได้เจ้า... ข้าก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร... " ยายเฒ่าเจ็บปวดทรมานจากโรคไขข้อมานานหลายปี เนื่องจากครอบครัวของนางยากจน จึงไม่มีเงินจ่ายค่าหยูกยา หากแต่หมอหนุ่มไม่สนใจเงินทองความร่ำรวย เพียงแต่มุ่งช่วยเหลือผู้คนเท่านั้น ประกอบกันกับความเก่งกาจด้านการบำบัดรักษา จึงมีผู้คนจากทุกทิศไม่ว่าร่ำรวยหรือยากจนหลั่งไหลมาให้หมอหนุ่มรักษา

เธียรธรรมยิ้มอ่อนโยนพูดว่า "อย่าพูดอย่างนั้นเลย ท่านยายจะต้องแข็งแรงและอยู่กับลูกหลานอีกนานๆ"

นางมองชายหนุ่มตรงหน้า รู้สึกซาบซึ้ง เด็กชายตัวน้อยที่นางเห็นมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กตัวจ้อย บัดนี้ได้เติบใหญ่เป็นชายฉกรรจ์หน้าตาหมดจด หล่อเหลา สูงสง่าผึ่งผาย วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนักเมื่อนึกถึงวันเวลาเก่าๆ

"เอ้อ จริงสิ ข้าเอาผลไม้จากบ้านข้ามาให้ ถึงไม่มีค่าอะไร แต่ขอให้รับไว้ด้วยเถอะนะ" พูดพลางยื่นห่อผ้าที่มีผลไม้อยู่เต็มให้

"ข้าไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ"

"รับไปเถอะ ถือว่าเป็นน้ำใจของข้า"

เมื่อเห็นผู้สูงวัยคะยั้นคะยอ เขาจึงรับห่อผ้ามาโดยดี "ขอบคุณท่านมาก ผลไม้น่าอร่อยจริงๆ"

หญิงชราได้ยินแล้วปลาบปลื้มนัก อย่างน้อยนางก็สามารถตอบแทนผู้ใจบุญ และตัวเธียรธรรมเองก็ท่าทางจะชอบของขวัญของนาง

"จริงสิ ยังไม่เห็นแม่กับน้องของเจ้าเลย" นางชวนคุยเมื่อเห็นว่านอกจากนางแล้ว ร้านหมอวันนี้ไม่มีผู้ป่วยคนอื่นอยู่

"ท่านแม่ไปไหว้พระที่ศาลเจ้ากับดาวจรัสครับ ส่วนเหมยน้อยเล่นอยู่กับชางที่หลังบ้าน" พูดพลางลุกจากเก้าอี้ไม้ไปรินน้ำชาลงจอกใบเล็ก ประคองสองมือ ยื่นให้คู่สนทนา "ดื่มชาก่อน ท่านยาย"

"ขอบใจมาก" ยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อได้ยินดังนั้น รับจอกชามาจิบ

"ดาวจรัส" เป็นชื่อบุตรีของตระ*ล "ลี" ซึ่งเป็นข้าหลวงใหญ่ ฐานะทางบ้านร่ำรวย ข้าทาสบริวารมากมาย หากครอบครัวข้าหลวงไม่ได้เย่อหยิ่งถือตัว ซ้ำยังดูแลความเป็นอยู่ของผู้คนในเขตการปกครองของตนเป็นอย่างดี นามของข้าหลวงลีและภรรยาของท่านจึงเป็นที่รักใคร่และเคารพของคนในมณฑล...

ข้าหลวงลีมีบุตรสองคน คนหนึ่งเป็นบุตรีคนโตชื่อ "ดาวจรัส" เป็นคนเฉลียวฉลาด สุภาพ นอบน้อม หน้าตาสะสวย นางเป็นเพื่อนกับเธียรธรรมตั้งแต่วัยเยาว์

อีกคนเป็นบุตรชายชื่อ "ชาง" อยู่ในวัย 5 ขวบปี กำลังซนตามประสา บ่อยครั้งชอบสมรู้ร่วมคิดกับ "เหมยน้อย" เพื่อนสนิทออกไปเล่นอะไรแผลงๆ จนคนรอบข้างต้องวุ่นวายบ่อยๆ

เหตุนี้เมื่อได้ไปมาหาสู่สู่กันบ่อยๆ ครอบครัวของดาวจรัสกับเธียรธรรมจึงสนิทชิดเชื้อกัน...ถึงเธียรธรรมและเหมยน้อยจะกำพร้าบิดาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แต่ท่านข้าหลวงลีก็ไม่ได้รังเกียจ กลับชื่นชมในตัว "ต้องหลิว" มารดาของชายหนุ่มอย่างมาก

กว่าบิดามารดาจะเลี้ยงบุตรให้เติบใหญ่แสนยากเย็น...

หากนางต้องหลิว ผู้หญิงม่ายสูญเสียสามี ตัวคนเดียวสามารถฝ่าฟันความยากลำบากเลี้ยงเธียรธรรมและเหมยน้อยน้องสาวให้เติบใหญ่ จิตใจดีและเฉลียวฉลาดขนาดนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...

"อ้าว ท่านยายซุนมาตั้งแต่เมื่อไหร่" เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยทัก ดังมาจากประตูทางเข้า

หญิงเฒ่ากับชายหนุ่มหันไปหาที่มาของเสียง เห็นหญิงต่างวัยสองคนก้าวเข้ามา คนหนึ่งคือ "ต้องหลิว" มารดาของเธียรธรรม ผมขาวแซมประปราย ริ้วรอยบนใบหน้าบ่งบอกความยากลำบากในอดีต อีกคนรูปร่างบอบบาง อรชร ผิวเนียนละเอียดดังผ้าแพร เส้นผมดำยาวทิ้งตัวถึงสะเอว คือดาวจรัส มีตะกร้าคล้องแขนระหง กำลังประคองนางต้องหลิวเข้าตัวบ้าน

"ท่านยายซุน พี่เธียร" ดาวจรัสยิ้มสดใส เอ่ยทักทาย

"ต้องหลิว ดาวจรัส" ยายซุนทักตอบ "ข้ามาให้เธียรเขาช่วยรักษาโรคไขข้อน่ะ แล้วก็อยู่คุยกันหน่อย"

"ท่านแม่ ท่านยายเอาผลไม้มาให้ด้วย" ยื่นห่อผ้าบรรจุผลไม้ให้มารดาดู

"ดีจริงๆ ขอบคุณท่านยายมาก" นางต้องหลิวกล่าวทำให้ยายซุนยิ้มจนเห็นเหงือก จากนั้นหันไปถามบุตรชายตน "แล้วชางกับเหมยน้อยล่ะ"

เธียรธรรมยังไม่ทันอ้าปากอธิบาย ก็มีเสียงแว่วมา...

ตุบตับๆๆ

อู๊ดดดดดด

เมื่อเงี่ยหูฟังจะได้ยินเสียงเด็กสองคนเล่นอยู่ดังมา บางทีก็มีเสียงหัวเราะกับเสียงลูกหมูที่คนเลี้ยงหมูเอามาให้เป็นการขอบคุณที่หมอหนุ่มรักษามารดาชราของเขาจนหาย แว่วมาเป็นระยะๆ

นางต้องหลิวแค่ได้ยินก็พยักหน้า "แม่รู้แล้วล่ะ คงจะเล่นอยู่หลังบ้านละสิ"

ตุบตับๆๆ

อู๊ดดดดดด

"ท่านยายอาการเป็นอย่างไรบ้าง" ดาวจรัสถามอย่างเป็นห่วง

"โอย โรคไขข้อของคนแก่น่ะสิ ช่วงนี้อากาศเย็นก็เลยยิ่งแย่ แล้วพวกเจ้าล่ะ ไปไหว้พระเหนื่อยไหม"

ฮะๆๆๆๆๆ

อู๊ดดดดดด

เสียงใสหัวเราะดังมาจากทางหลังบ้าน ทุกคนคาดได้ว่าน้องน้อยสองคนกำลังเล่นอยู่จึงไม่ได้ใส่ใจ

"วันนี้ที่ศาลเจ้าคนเยอะ แต่โชคดีที่ได้ดาวจรัสไปช่วยจัดของเซ่นไหว้ เบาแรงไปได้เยอะ" นางต้องหลิวตอบพลางหันไปยิ้มกับหญิงสาวอย่างขอบคุณ

ยายชราเห็นดังนั้นอดล้อไม่ได้ "แหม เจ้านี่น่าอิจฉาจัง มีดาวจรัสคอยดูแล อย่างนี้น่าจะขอเป็นลูกสาวซะเลย"

แก้มนวลของหญิงสาวซับสีเลือดขึ้นมาทันที นางน้อยก้มหน้าเอียงอาย สองหญิงอาวุโสยิ้มแย้มอย่างถูกใจ ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน ทำไมพวกนางจะไม่รู้ว่าดาวจรัสคิดอย่างไรกับเธียรธรรม

หากแต่เจ้าตัวหมอหนุ่มนั้นเล่า...

พลั่ก!

เสียงดังหนักหน่วงทำให้ผู้ใหญ่ในตัวบ้านชะงักจากบทสนทนาไปอึดใจ

เงียบ...

ยังเงียบอยู่...

แง้!!!!

เท่านั้นแหละเธียรธรรมรีบรุดไปต้นเสียงหลังบ้าน หญิงต่างวัยทั้งสามตามหลัง

ที่ลานหลังบ้าน เห็นหนึ่งลูกหมูตัวกลม สูงเท่าเอวของเด็กน้อย กับสองเด็กจอมซน เสื้อผ้าเปื้อนโคลนเละเทะ ในมือของเหมยน้อยมีหญ้าแห้งมัดกันเป็นรูปห่วง มองดูชางน้อยนั่งร้องไห้อย่างงงงวย

"เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม*" ดาวจรัสรีบเข้าไปปลอบน้องชายทันที

"แงๆๆๆ ท่านพี่" เจ้าหนูปากเบะ ร้องไห้หาพี่สาว

หมอหนุ่มตรงเข้าไปหาน้องสาวที่ตอนนี้กลิ่นเหมือนหมู "เหมยน้อย บอกพี่ได้ไหม ทำไมชางถึงร้องไห้ หืม*"

เด็กน้อยตาโตใส แก้มยุ้ยหันไปมองพี่ชาย "ก็เราจะให้เจ้าลูกหมูกระโดดลอดห่วง เหมือนที่เห็นที่ตลาด" พูดพลางโบกห่วงหน้าแห้งในมือป้อมๆให้ดู

ความจริงเด็กทั้งสองตื่นตาตื่นใจกับคณะปา^_^่ที่เธียรธรรมพาไปดูที่ตลาดเมื่อวาน เมื่อเห็นว่าลิงจ๋อของคณะสามารถกระโดดลอดห่วงได้อย่างเก่งกาจ จึงเกิดความคิด อยากให้สุกรสัตว์เลี้ยงของพวกตนที่ชื่อว่า "ลูกหมู" กระโดดได้เหมือนกัน วันนี้จึงร่วมมือกันฝึกหมูเล่นกายกรรมลอดห่วง แต่แทนที่เจ้าลูกหมูจะกระโดดลอดห่วงตามที่เจ้านายมันหวัง...

"เจ้าลูกหมูโดดไปชนชางแทน" เหมยน้อยเดินเข้าไปหาเด็กชายที่ยังนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น "ตรงเนี๊ย! นี่ไงๆๆ ดูสิๆ" เด็กน้อยชี้ตรงที่หว่างขาของเพื่อน ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามตาโต ส่วนดาวจรัสหวีดร้องเบาๆ กับกิริยาไร้เดียงสาแต่ไม่เหมาะสม "เสียงดังมาก แล้วชางก็ร้องไห้เลย"

ทั้งสามไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือสงสารเด็กชายน้อยดี จนนางต้องหลิวต้องกล่าวว่า "เอาล่ะๆ งั้นพวกเจ้าก็ไปอาบน้ำอาบท่ากันได้แล้ว ซนใหญ่แล้วนะ"

เด็กทั้งสองทำท่าสำนึกผิด (ระคนเสียงกระซิกๆ ของเด็กชาย) "พวกเราขอโทษ"

"เดี๋ยวอาบน้ำเส็รจแล้วพี่จะรักษาให้นะ" เธียรธรรมหันไปบอกเด็กชายที่ยังสะอื้นน้อยๆ เขาพยักหน้าก่อนเดินโขยกเขยกตามนางต้องหลิวกับพี่สาวเข้าไปห้องอาบน้

หมอหนุ่มจับเจ้าลูกหมูกลับเข้าคอกของมัน หันมาพูดกับหนูน้อยที่ยังยืนตาแป๋วอยู่ข้างๆ "เจ้าก็ต้องไปอาบน้ำเหมือนกันนะ" พยายามทำเสียงดุแต่อดไม่ได้ที่จะยีหัวทุยๆของน้องน้อยด้วยความเอ็นดู

"พี่ชายใหญ่ ข้าสงสัยจัง"

"อะไรรี*"

"ชางโดนเจ้าลูกหมูชนนิดเดียว แต่ทำไมท่าทางเจ็บจัง"

ชายหนุ่มชะงัก

"เอ้อ.... คือว่า" พี่ชายใหญ่อึกอัก ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี เอ่ยเรื่อง "ตรงนั้น" ให้เด็กน้อยฟังเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง

"ตอนเจ้าลูกหมูโดดชนโดนข้า ก็ไม่เห็นเจ็บเลย" เสียงเจื้อยแจ้วว่าต่อไปอย่างช่างสังเกต

"เอ่อ..." บ่อยครั้งเธียรธรรมรู้สึกยินดีที่น้องตนเป็นเด็กช่างสังเกต ช่างจดช่างจำ หากนี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ตนไม่อยากให้นางน้อยช่างสังเกตเลย

จะให้เขาบอกได้อย่างไรว่าที่ชางมีท่าทีเจ็บปวดขนาดนั้นเป็นเพราะ "ตรงนั้น" ที่เป็นจุดอ่อนของเพศชายทุกคน ถูกกระทบอย่างจัง (ตัวเขาเอง คาดว่า"ตรงนั้น" ของชางคงจะช้ำอีกหลายวัน)

ดวงตากลมโตใสๆ ส่องประกายไร้เดียงสายังจ้องจับมา ราวกับพี่ชายเป็นนักปราชญ์ผู้ล่วงรู้ความเร้นลับของจักวาล เป็นคนเดียวที่สามารถให้คำตอบแก่นาง

"คือ... " หมอหนุ่มกระแอม ทำเสียงเป็นจริงจัง "พี่คิดว่าคงจะชนแรง ชางก็เจ็บนะสิ" พลันรีบเบี่ยงเบนความสนใจ "นี่! รู้มั้ย วันนี้ยายซุนเอากล้วยของโปรดเจ้ามาให้ด้วยนะ"

เด็กน้อยหันไปมองยายซุนทันที ตาโตอย่างตื่นเต้น ยิ้มกว้าง กระโดดกะหยองกะแหยง "จริงหรือ ขอบคุณท่านยายซุนมาก"

ยายซุนยิ้มตอบ พยักหน้าไปทางห้องอาบน้ำ "เจ้าก็ไปอาบน้ำเถอะ เสร็จแล้วจะได้กินของโปรด"

เด็กน้อยพยักหน้า ร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี เดินไปห้องอาบน้ำ รอชำระร่างกายต่อจากชาง

เธียรธรรมปาดเหงื่อ โล่งอก

ยายซุนระเบิดหัวเราะออกมาจากที่กลั้นมานาน "เค้าว่ากันว่าเด็กซนเป็นเด็กฉลาด ถ้าเป็นจริง ข้าว่าเด็กน้อยแสนซนทั้งสองคงฉลาดจนสามารถสอบเข้ารับราชการในไม่นานนี้แน่"

หมอหนุ่มหัวเราะหึๆ เห็นด้วยกับคำหยอกเย้าของยายเฒ่า

 

 

หลังจากสองลิงแสนซนอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย เธียรธรรมทำการตรวจรักษาชางน้อย ส่วนยายซุนขอตัวกลับไปก่อนหลังจากเหมยน้อยไปอาบน้ำ

เหมยน้อยผู้เหน็ดเหนื่อยจากการเล่นซนมาทั้งวันและได้กินของโปรดสมใจ นอนหนุนตักมารดา ดวงตาหรี่ปรือใกล้ปิด มีนางต้องหลิวโบกพัดไล่ริ้นไรให้รบกวนเด็กน้อย

จริงดังคาด อาการบาดเจ็บของเด็กชายมีเพียงแค่ฟกช้ำ ซึ่งคงต้องทานยาหลายวันจึงจะหายจากอาการระบม

เนื่องจากสมุนไพรบรรเทาอาการฟกช้ำหมด เธียรธรรมจึงบอกให้ดาวจรัสพาชางกลับไปก่อน จัดชุดยาเพื่อบรรเทาปวดให้ชางกิน วันรุ่งขึ้นเขาจะไปเก็บสมุนไพร แล้วแวะเอาไปให้ที่จวนท่านข้าหลวง

 

 

วันรุ่งขึ้นเธียรธรรมตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่เข้ารุ่งสางดี เขาเตรียมตัวสำหรับขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขา

เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงของบ้าน มารดาของเขาก็จัดเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว นางยื่นห่อผ้าใส่ขนมนึ่งกับผลไม้ให้บุตรชาย เพื่อเขาจะได้กินระหว่างวัน

"ท่านแม่ ข้าต้องขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร" หมอหนุ่มพูดพลางเอาตะกร้าไม้ไผ่สำหรับเก็บของป่าพาดไหล่กว้าง รับห่อเสบียงจากมารดา

"ระวังตัวด้วยนะ" นางต้องหลิวบอกบุตรชาย

เธียรหันมายิ้มรับกับมารดาก่อนจากไป

หญิงอาวุโสจิบน้ำชาควันกรุ่นหอมชื่นใจ สูดหายใจเข้าแล้วผ่อนออก รอยยิ้มฉ่ำชื่นใจแต้มริมฝีปาก นางหลับตาลง เวลานี้ความเป็นอยู่แม้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ได้ลำบากอย่างเก่าก่อน ครอบครัวพออยู่พอกิน

วันเวลาที่นางเฝ้าอบรมสั่งสอนให้บุตรทั้งสองเป็นคนดี ศึกษาพระธรรม บังเกิดผล บุตรสองคนเป็นคนดี กตัญญู (ถึงบุตรีจะซุกซนไปบ้าง)

วันเวลานี้ช่างแสนสุขยิ่ง...

จนบ่อยครั้งนางหวาดกลัวนักว่าความสุขนี้จะหายดับไปดังพายุกระชากผ่าน กลัวเหลือเกินว่าจะประวัติศาตร์จะซ้ำรอย…

บ่อยครั้งที่นางบรรเทาความหวาดหวั่นด้วยการอ้อนวอนถึงทวยเทพบนสวรรค์... ร้องขอให้ความสุขเช่นนี้อยู่นานเท่านาน...

 

 

แหล่งสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้บำบัดโรคอย่างเธียรธรรมคือภูเขาขนาดใหญ่สูงเด่น มีความหลากหลายของธรรมชาติ อุดมด้วยป่าไม้นานาพรรณ ไม่ไกลจากเขตการปกครองย่านชานเมืองที่เขาอาศัยอยู่มากนัก ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงที่หมาย

เธียรธรรมเดินเข้าหุบเขา ลึกเข้าไปเบื้องหน้าเป็นป่าไม้เขียวชอุ่ม เป็นขุมทรัพย์แห่งพืชพรรณ ไอหมอกละอองน้ำแผ่สยายปกคลุมขุนเขา

อย่างไรก็ตามป่าไม้อันบริบูรณ์ยังแฝงอันตราย

ทางเดินใช่ว่าจะสะดวกนัก เพียงแค่ทางแคบๆรอยช้างเดินที่หญ้าถูกเหยียบย่ำจนเห็นเป็นถนนทอดตัวยาว ซ้ำต้นไม้ปกคลุมรกทึบ ทำให้ไม่เห็นผาลาดชันอันตรายหรือสัตว์เลื้อยคลานมีพิษ

หมอหนุ่มจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเวลาที่จำเป็นต้องเข้ามาเก็บรวบรวมสมุนไพรทุกครั้ง

“ไหนๆ มาแล้ว เก็บสมุนไพรอย่างอื่นไปด้วยแล้วกัน” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง หันไปพิศดูพืชที่เขารู้ว่าช่วยบรรเทาอาการไข้ตัวร้อน อันหนึ่งช่วยบรรเทาอาการไขข้อ น่าจะเผื่อไว้หากท่านยายซุนปวดไขข้อขึ้นมาอีก

พอถึงตรงนี้เธียรธรรมถอนหายใจกับคำที่ยายซุนหยอกล้อว่าให้มารดาของเขาไปขอดาวจรัสมาเป็นลูกสาว ตัวเขาเองเป็นสหายกับหญิงสาวแต่เล็ก นางเปรียบเหมือนเพื่อน เหมือนน้อง แต่ไม่ใช่รักฉันท์หนุ่มสาว

หมอหนุ่มนึกถึงมารดาเขามีท่าทีเห็นดีเห็นงามไปด้วย รอยยิ้มอย่างถูกใจเมื่อมีผู้คนหยอกล้อ

ถ้าหากว่าเป็นความต้องการของมารดา ให้เขาแต่งงาน ...

เขาก็จะทำ เพื่อความสุขของมารดาผู้ให้กำเนิด

ชายหนุ่มสายหน้า เรื่องยังไม่เกิดขึ้น อย่าเก็บไปกังวลดีกว่า พลางหันไปสนใจเรื่องตรงหน้าต่อ

 

 

เธียรธรรมรวบรวมสมุนไพรไปเรื่อยๆ ได้สมุนไพรช่วยบรรเทาอาการฟกช้ำให้ชาง และสมุนไพรอื่นๆอีกมากมายหลากหลายสรรพคุณจนล้นตะกร้า เพลิดเพลินจนลืมเวลา กระทั้งลืมพักกินขนมนึ่งของมารดา

ครืน... ครืน...

เสียงฟ้าคำรามก้องฉุดความสนใจของหมอหนุ่ม เงยหน้าดูฟ้า เห็นอาทิตย์ใกล้ใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มที กลุ่มเมฆดำทะมึนอาบท้องฟ้าให้เป็นสีดำหม่นหมอง

ฝนคงใกล้ตก แพทย์หนุ่มคิดเพิ่งรู้สึกตัว เย็นมากแล้ว ตนควรต้องรีบลงเขา ซ้ำบริเวณนี้เป็นผาชัน เดินทางอันตราย

เธียรธรรมหมุนตัวกลับ ทันทีที่ย่างเท้า พลันชะงัก เห็นแมงมุมสีดำตัวใหญ่ขนาดฝ่ามืออยู่ใต้ฝ่าเท้า ขายาวเรียวทั้งแปดของมันกางกว้าง ปากมีเขี้ยวรูปร่างคล้ายปากคีบเห็นได้อย่างชัดเจน มันขยับเดินเนิบนาม ราวกับยังไม่รู้ว่าตนเกือบจะถูกเหยียบตาย

ถ้าเป็นคนอื่น เห็นสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว น่าขยะแขยงเยี่ยงนี้ คงจะเหยียบย่ำลงไป ตัดชีวิตนั้นให้สิ้นอย่างไม่ใยดี หรือเพียงแค่หลีกเลี่ยง รังเกียจไม่อยากสัมผัส

หากแต่เธียรธรรมก้มกายลง ใช้มือของเขารองรับร่างของสัตว์ร่วมโลกตัวนั้นไว้ แมงมุมชนิดนี้ไม่มีพิษ จับโดยตรงไม่อันตราย

“ข้าเกือบเหยียบเจ้าแล้วนะ มาอยู่บนพื้นแบบนี้ อันตรายรู้ไหม” พูดราวกับเจ้าสัตว์แปดขาจะเข้าใจภาษา จากนั้นหันไปบรรจงวางร่างสีดำนั้นบนกิ่งไม้แข็งแรงกิ่งหนึ่งข้างทางอย่างเบามือ “อยู่ตรงนี้คงจะปลอดภัยกว่า” พูดอย่างอ่อนโยน แล้วเดินจากไป

 

 

ลมฟ้าอากาศแปรปรวน เมฆดำกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ตกจากฟ้า ท้องฟ้ามืดมิด ลมฟ้าเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ห่าฝนสาดพายุซัดหนักหน่วง สายฟ้าผ่าอากาศก้อง ดังเปรี๊ยง!

บัดนี้ภาพเบื้องหน้ามืดครึ้ม ห่าฝนซัดกระหน่ำ บดบังหนทาง เธียรธรรมซึ่งตอนนี้เดินทางได้ครึ่งทางเพื่อลงจากเขา เสื้อผ้า เนื้อตัวเปียกปอน เอาท่อนแขนป้องห่าฝน รีบหาที่หลบฝน แต่บริเวณที่เขาอยู่เป็นที่โล่งและผาสูง ไม่มีสิ่งไดเป็นที่กำบังได้ หากหลบใต้ต้นไม้ยามนี้ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้

ยอดไม้เล็กใหญ่ไม่อาจต้านลมกรรโชก ถูกกระชากหลุดจากต้นลอยตามแรงพายุ เหมือนร่างกายของชายหนุ่มที่พยายามต้านแรงธรรมชาติแทบปลิวตาม

หมอหนุ่มสะดุดแอ่งโคลน ล้มลงไปวัดพื้น ตะกร้าของเขาที่บรรจุสมุนไพรอยู่เต็มหลุดมือ กลิ้งหลุนๆ ไปตามแรงลม หยุดอยู่ที่พงหญ้าข้างผาสูง

ด้วยความห่วงสมุนไพรที่ตนเก็บรวบรวมมาทั้งวัน เธียรธรรมวิ่งตามไป หยุดก้มหน้ามองตะกร้าที่ขณะนี้มีพุ่มหญ้าที่ขึ้นอยู่ข้างหน้าผาพยุงไม่ให้ตกลึกลงไป ห่างจากขอบผาประมาณหนึ่งช่วงแขน

“คงไม่เป็นไร” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง เมื่อเห็นว่ามันอยู่ในระยะที่เขาสามารถเก็บได้

เธียรธรรมก้มกายลงยึดกลุ่มหญ้าใกล้ๆ เพื่อยั้งตัวไม่ให้ตก เขาเอื้อมมือออกไปจนลำตัวพ้นขอบผา

ทันใดนั้นกิ่งไม้ใหญ่ขนาดเท่าลำแขน ถูกกระชากลอยตามแรงพายุ ฟาดเข้าขมับของหมอหนุ่มที่ขวางทางของมันอย่างจัง! ร่างสูงปัดตามแรงฟาด ความมึนงงแล่นปราดทั่วกกหูทำให้เขาคลายมือจากพงหญ้า ชายหนุ่มร่วงจากขอบผาชันทันที!

พริบตาที่ร่วงจากที่สูงนั้น ร่างของมนุษย์ธรรมดาร่วงดังก้อนหินก้อนใหญ่ถูกโยนจากขอบผา ผ่านกิ่งไม้เกี่ยวร่างเป็นแผลยาว หินแข็งปะทะเนื้อหนังที่เปราะบางกว่า

เธียรธรรมไม่รู้สึกเจ็บปวดมากนัก เพราะเหตุการณ์ที่ร่างของเขากระทบพื้นช่างรวดเร็ว มีเพียงชั่วแวบเดียวตอนกระแทกพื้นเท่านั้นที่ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บวาบที่ศีรษะ

 

 

เปลือกตาหนักค่อยๆ กระพริบเปิดได้แค่ครึ่งเดียว

ร่างหนุ่มบัดนี้นอนท่ามกลางป่าทึบ สายฝนร่วงจากฟ้า ผ่านหมู่ไม้ ตกลงบนตัวเขา

เธียรธรรมนอนมองขึ้นฟ้า สติเลือนลาง ไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกปวด ไม่รู้สึกหนายเหน็บใดๆ แค่รับรู้ถึงอาการชาๆ แขนขาหนักอึ้ง ไม่สามารถขยับได้

เราตกลงมาสูงขนาดนี้เชียว ชายหนุ่มคิดอย่างมึนชา เขาคงจะตายในป่านี้

เขายังไม่อยากตาย …

แม่ … เหมยน้อย…จะเป็นอย่างไร… ถ้าไม่มีเรา…

เสียงพุ่มไม้ข้างๆ ถูกแหวก

เสียงเดินทีละก้าวๆ ดังใกล้เข้ามา

นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่เธียรธรรมคิดก่อนหมดสติไป

 

_______________________________________

ติดตามตอนต่อไป

18 มิถุนายน 2548

Special Thanks* All reader

_______________________________________

คุยกันน้ำลายแตกฟองหน่อยนะค้า

 

สวัสดีจ้าทุกคน ชื่อ Meena ค่ะ

ครือข้าพเจ้าเป็นผู้อ่านมานาน เห็นว่าเรื่องของทุกคนสนุกๆ ทั้งนั้น ตอนนี้ก็เลยอยากออกมาเขียนมาร่วมสนุกกับเค้าบ้างง่า ^_^

 

เป็นเรื่องแรกที่คิดตัวละครเองทั้งหมด และเขียนเป็นภาษาไทยน่ะค่ะ แบบว่าตอนบ้าการ์ตูนญี่ปุ่นเคยเขียน Fan fiction เรื่อง Card Captor Sakura (มือปราบไพ่ซากุระ) ที่ ****.geocities.com*passto20**CC.*

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมชื่อตัวละครเป็นชื่อภาษาไทย ความจริงก็คือ ข้าพเจ้าไม่มีปัญญาหาชื่อจีน!!!!!! >_< ไปหาในเวปชื่อจีนแต่หาไม่ได้ความหมายที่ต้องการ

ก็เลยใช้ชื่อไทยนี่แหละ แฮ่ๆๆๆๆ ^_^

ช่วย comment กันหน่อยนะค้า เพราะเราก็อยากเขียนเรื่องสนุกๆ เหมือนทุกคนเหมือนกัน ^_^ ต้อนรับทุกๆ ความเห็นค่ะ เม้นมาได้เลยยยยย (โหวด ให้ด้วยนะคะ โคนเขียนต้องการกำลังจายยยย) เคี้ยกๆๆๆๆ

 

ขอบคุณค่ะ จุ๊บๆ

Meena

+ + +ร่วมกันแสดงความคิดเห็น + + +

 
ความคิดเห็นที่ 1
พงษ์
IP : 221.128.114.133

12 มี.ค. 2549
เวลา 4:10:14 น.
เป็นกำลังใจให้ครับ..

ความคิดเห็นที่ 2
เน่า
IP : 124.121.92.208

6 ต.ค. 2549
เวลา 18:23:27 น.
น้ำเน่าจังไร

ความคิดเห็นที่ 3
เน่า
IP : 124.121.92.208

6 ต.ค. 2549
เวลา 18:24:42 น.
เน่าจังยุงเยอะด้วยจะเซ้กซี่ก็ส่วนเซ็กซี่ถ้าจะเซ็กซี่ก็เอาใหหหห้มันสุดๆ

ความคิดเห็นที่ 4
บอย
IP : 203.209.115.177

17 ก.พ. 2550
เวลา 14:18:37 น.
น่าจะมีภาพ  แต่น้ำเน่าไปหน่อยน่ะ
แต่ยังไงผมก็เป็นกำลังใจให้นะครับ
จาก
คนหน้าหล่อ
บอย

ความคิดเห็นที่ 5
คนรัก G&M
IP : 125.25.207.184

7 มิ.ย. 2550
เวลา 20:14:31 น.
เรื่องถอดวิญญานเพื่อออกจากร่างและคุณจะได้ไปทุกๆที่ที่คุณต้องการลองคิดดูสิว่ามันจะสนุกแค่ไหน....... วิธีถอดร่าง....... 1. ทำหลังเที่ยงคืนเท่านั้น 2.จุดธูปไว้หัวนอน 3 ดอก 3. นึกถึงที่ที่เราจะไปเป็นอันดับแรก 4. กลั้นหายใจ 10 วินาที 5. จากนั้นคุณก็ไปที่ที่คุณต้องการ 6 .เมื่อคุณรู้สีกว่ากลิ่นธูปเริ่มหายไปให้มองหาแสงสีขาวแล้วเดินเ ข้าไป 7 .ถ้าคุณกลับไม่ทันคุณจะไม่ได้กลับอีกเลย 8.ถ้าคุณทำเกิน 2 ครั้งอายุจะสั้นลงครั้งละ 99 วัน........!!!!!!!!!!! ใครที่อ่านแล้วคิดดูให้ดีนะถ้าต้องการสนุกต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน และนั่นหมายถึงชีวิตของคุณเองนั่นเหละ * ได้มาจากคัมภีร์เขมรโบราณ * ****** คำเตือน ผู้ใดอ่านแล้วต้องนำไปโพสอีก 5 ครั้งไม่งั้นอีก 7 วัน ต่อไปคุณจะมีอันเป็นไป ********

ความคิดเห็นที่ 6
sd
IP : 118.172.167.24

9 มี.ค. 2551
เวลา 22:22:39 น.
2  1  2  c  a  f  e

ร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
แสดงความคิดเห็น *
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
- สำหรับสมาชิกจะได้รับสิทธิในการเลือกสีพื้นหลังและแนบไฟล์ได้
- บุคคลทั่วไป การเลือกสีพื้นหรือแนบไฟล์จะไม่มีผลใดๆ เกิดขึ้น หากอยากได้สิทธิพิเศษในการโพสต์ก็คลิก
สมัครสมาชิก เลย
กรอกข้อมูลส่วนตัว
ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กรอกข้อมูลที่นี่
โดย *
อีเมล์
สมัครสมาชิก คลิกที่นี่
- ใส่สีพื้นได้
- ได้นามแฝงประจำบอร์ด ไม่ซ้ำใคร
- อัพโหลดไฟล์ได้
สมาชิกกรอกข้อมูลที่นี่ ระบบจะดึงข้อมูลส่วนอื่นๆ มาให้โดยอัตโนมัติ
แนบไฟล์
แทรกรูปภาพได้ไม่เกิน 999 K, ไฟล์อื่นๆ (.zip, .swf) ไม่เกิน 500 K
รูปภาพต้องเป็น *.jpg หรือ *.gif เท่านั้น
ชื่อล็อกอิน *
รหัสผ่าน *